ปลอกคอ Nuzzle Tag อ่านชีพจร ความแปรปรวนหัวใจ อุณหภูมิผิว และการเคลื่อนไหวทุก 2 นาที แล้วส่งเข้าแอปบนมือถือ — เจ้าของดูสัตว์เลี้ยงได้หลายตัวจากบัญชีเดียว และรู้ก่อนว่าตัวไหนกำลังผิดปกติ
ดีไซน์ยึดภาษา iOS ของจริง (Large Title, inset grouped list, segmented control, sheet, tab bar แบบ blur) แต่ตัวเลขค่าชีพเป็นพระเอก — วางบนกระดาษ ECG จำลอง ใช้สีแยกตามชนิดของค่า ไม่ใช่ตามลำดับ ทุกจอด้านล่างคือหน้าจอจริงขนาด 390×844 ที่เรนเดอร์สดในหน้านี้ ลองสลับธีมสว่าง/มืดดูได้
ลำดับความสำคัญคือ “ตัวไหนต้องดูตอนนี้” มาก่อน “ค่าอะไรบ้าง” — หน้าแรกจึงเริ่มด้วยแถวสลับสัตว์เลี้ยง แล้วค่อยลงรายละเอียดของตัวที่เลือก
แถวสัตว์เลี้ยงอยู่บนสุดของ Large Title ไม่ใช่ในเมนู เพราะการสลับตัวคือสิ่งที่ทำบ่อยที่สุด วงแหวนสามชั้นสรุปสามค่าที่ต่างชนิดกัน (หัวใจ/เคลื่อนไหว/พักผ่อน) และมีตัวเลขกำกับทุกวงเสมอ
คำนวณจาก HRV + ชีพจรพัก + การเคลื่อนไหวกระตุก เทียบกับค่าพื้นฐาน 14 วันของข้าวปั้นเอง
จอนี้คือเหตุผลที่คนซื้ออุปกรณ์ จึงตัดทุกอย่างที่ไม่ใช่สัญญาณออก: ตัวเลขใหญ่ กราฟ ECG บนกระดาษตารางแบบเครื่องวัดจริง และเส้นกวาดที่วิ่งจากซ้ายไปขวาให้รู้ว่ายังมีสัญญาณอยู่
สามการ์ด สามคำถาม: หัวใจเต้นเป็นยังไงทั้งวัน / เครียดตอนไหน / นอนพอไหม กราฟชีพจรลากนิ้วดูค่ารายชั่วโมงได้จริง (ลองลากบนกราฟดูครับ) แถบความเครียดใช้เฉดเดียวไล่เข้ม เพราะมันคือ “ระดับ” ไม่ใช่ “ประเภท”
ทุกใบเล่าเรื่องเดียวกันด้วยโครงเดียวกัน: ใครกำลังโอเค / ใครต้องดู / ใครขาดการติดต่อ ตัวที่ออฟไลน์ไม่โชว์ตัวเลขเก่าเป็นค่าปัจจุบัน แต่บอกตรง ๆ ว่าไม่มีข้อมูลมานานแค่ไหน
ส่วนที่ทำให้แอปเป็น “ระบบ” ไม่ใช่แค่หน้าจอสวย — สถานะฮาร์ดแวร์ที่อ่านรู้เรื่อง เกณฑ์เตือนที่ตั้งเองได้ และข้อมูลตัวสัตว์ที่ส่งต่อให้สัตวแพทย์ได้
ข้อมูลที่เก็บไว้ในเครื่อง 30 วันจะยังอยู่แม้ยกเลิกการจับคู่
เปิด/ปิดเซ็นเซอร์รายตัวได้ พร้อมบอกราคาที่ต้องจ่าย (GPS = แบตหายไป 18%/วัน) ตรงจุดที่ตัดสินใจ ไม่ใช่ซ่อนไว้ในหน้าช่วยเหลือ
194 bpm ขณะไม่มีการเคลื่อนไหว — สูงกว่าช่วงปกติที่ตั้งไว้ (140–200) ร่วมกับความเครียด 61
148 bpm ระหว่างเดินเล่น กลับสู่ปกติแล้วเมื่อ 09:26
ห่างจากจุดกึ่งกลาง 140 ม. นาน 6 นาที แล้วกลับเข้าพื้นที่
ชาร์จภายใน 8 ชั่วโมง ไม่งั้นจะหยุดส่งข้อมูล
เฉลี่ย 8 ชม. 12 น. ต่ำกว่าค่าพื้นฐาน 2 ชม. 50 น. — ลองดูว่ามีอะไรเปลี่ยนไปในบ้าน
แถบสีด้านซ้าย + ไอคอน + ข้อความ บอกความรุนแรงพร้อมกันสามทาง ไม่พึ่งสีอย่างเดียว ทุกใบตอบว่า “เกิดอะไร ค่าเท่าไหร่ เทียบกับอะไร และตอนนี้ยังเป็นอยู่ไหม”
ที่นี่คือที่ที่ “ปกติ” ถูกนิยาม — ระบบเรียนรู้ช่วงปกติเองจาก 14 วันแรก แต่เจ้าของและหมอแก้ทับได้เสมอ และมีปุ่มเดียวสำหรับส่งออกรายงานให้คลินิก
ลำดับนี้เรียงเลขได้จริง เพราะมันคือลำดับที่ต้องทำตามกัน — ค้นหา → ผูกกับสัตว์ตัวไหน → ปรับเทียบเซ็นเซอร์กับตัวจริง ขั้นที่สามคือขั้นที่แอปคู่แข่งมักข้าม แล้วค่าที่ได้ก็เพี้ยนตั้งแต่วันแรก
กดปุ่มบน Tag ค้างไว้ 3 วินาทีจนไฟกะพริบเขียว แล้ววางไว้ใกล้ ๆ เครื่อง
ไม่เจอ? ลองชาร์จ Tag 10 นาทีแล้วค้นหาใหม่ หรือดูวิธีรีเซ็ต
บอกวิธีทำให้ Tag เข้าโหมดจับคู่ก่อนเสมอ และแสดง Tag ที่ถูกใช้แล้วพร้อมชื่อสัตว์ที่ใช้อยู่ แทนที่จะซ่อนหายไปเฉย ๆ
ใช้ sheet ครึ่งจอตามภาษา iOS เพราะเป็นการเลือกสั้น ๆ ที่ไม่ควรพาออกจากโฟลว์ ปุ่มยืนยันสะกดสิ่งที่จะเกิดขึ้นจริง — “ผูกกับมะลิ” ไม่ใช่ “ตกลง”
รัดให้สอดนิ้วได้ 2 นิ้ว โดยให้ตัว Tag แนบใต้คอ ถ้าหลวมเกินไปสัญญาณชีพจรจะขาด ๆ หาย ๆ
เหลืออีกประมาณ 40 วินาที · ปิดหน้านี้ได้ ระบบจะทำต่อเบื้องหลัง
สอนวิธีสวมให้ถูกในจอเดียวกับที่รอผล เพราะความหลวมของปลอกคอคือสาเหตุอันดับหนึ่งของค่าเพี้ยน และบอกชัดว่าค่าพื้นฐานต้องใช้ 14 วัน — ตั้งความคาดหวังตั้งแต่วันแรก
ทุกสีในจอด้านบนมาจากตัวแปรชุดนี้ชุดเดียว ทั้งโหมดสว่างและมืด — ไม่มีสีลอยฝังในคอมโพเนนต์
#D8452E
#F05A45#0E8F72
#17A87F#3F5FC9
#5B84E8s1 → s5#A8620B#C0392BLarge Title · 34/700 · -0.035emNav Title · 17/640Readout · 56/700 · tabularBody · 15/400Mono · 11.5 · +0.08emตัวหลักคือฟอนต์ระบบ (SF บน iOS) เพื่อให้ dynamic type และภาษาไทยทำงานได้จริง ส่วน monospace ใช้เป็น “เสียงของเครื่องวัด” — หน่วย เวลา รหัสอุปกรณ์ ค่าดิบ ทำให้ตัวเลขวิ่งแล้วความกว้างไม่ขยับ
Owner → มี Pet ได้หลายตัว → แต่ละตัวมี Device ได้ 0–1 ตัว (สลับได้ มีประวัติการผูก)Reading เก็บเป็น time-series: ts, petId, hr, hrv, temp, motion, battery, rssi — เขียนถี่ อ่านเป็นช่วงBaseline ต่อสัตว์ 1 แถวต่อสัปดาห์ (ค่าเฉลี่ย+เบี่ยงเบน) ใช้เป็นตัวตัดสินว่า “ผิดปกติ” ไม่ใช่ค่าคงที่ในโค้ดAlert ต้องเก็บ เกณฑ์ที่ใช้ตอนนั้น ไว้ด้วย ไม่งั้นย้อนหลังไปดูจะอธิบายไม่ได้ว่าทำไมถึงเตือน